พริกหยวก Feel like Home

พริกหยวก เกิดขึ้นจากความรักในการทำอาหารของ คุณแอน-ดารารัตน์ วิสัยจร ที่ตั้งใจจะส่งต่อวิถีการกินแบบคนไทยผ่านความอบอุ่นของรสชาติอาหารสไตล์ Comfort Food ให้ทุกคนได้ชิม  พร้อมใส่ใจเรื่องความสะอาดปลอดภัยและไม่ใส่ผงชูรสในอาหารทุกจาน โดยนำเสนอทั้งหมดนี้ภายในคอนเซ็ปต์ “ข้าวแกง = วิถีชีวิตของคนไทย” แรกเริ่มที่นี่เป็นร้านข้าวแกงเล็กๆ ครั้งนี้ได้ขยับขยายมาเปิดบ้านหลังใหม่ในย่านประดิพัทธ์ พร้อมให้ทุกคนแวะเวียนไปชิมแล้วบรรยากาศภายในร้านให้ความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากสีที่ผสมผสานกันไปในมู้ดแอนด์โทนเดียวกัน เข้ากันได้ดีกับผนังสีขาวสะอาดตาและเติมสีสันให้ภายในด้วยสีเขียวของต้นไม้ ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารไทยที่ปรุงสดใหม่ทุก ๆ จาน โดยคุณแอนได้หยิบยกกลิ่นอายและเสน่ห์ของบ้านเกิดอย่างจังหวัดชุมพรที่มีรสชาติอาหารเป็นเอกลักษณ์ ไม่จัดจ้านจนเกินไป ถูกปากคนกรุงเทพฯ ทำให้เมนูอาหารที่ได้รสมือที่กลมกล่อมแบบชาวชุมพรแท้ ๆ อาหารทุกจานของที่นี่ไม่ใช้ผงชูรส แต่ใช้ประสบการณ์ทั้งหมดในการทำอาหารมาแต่งแต้มรสชาติให้กลมกล่อมแทน ทางร้านเลือกใช้ข้าวสวยออร์แกนิกจากนาข้าวในจังหวัดอุบลราชธานีที่ส่งให้ที่นี่โดยเฉพาะ

เฮียให้ Street Food in Bangkok

จากความชอบทำอาหารกินกันในบ้าน นำมาสู่ร้านอาหาร เฮียให้ ที่เชื่อว่าคงเป็นที่คุ้นหูของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะด้วยชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความอร่อยของข้าวผัดโคตรปู ที่มาพร้อมสโลแกน“ผมอยากทำข้าวผัดปูที่ดีที่สุด” พร้อมส่งต่อความอร่อยให้ทุกคนได้ลองทาน จนสามารถครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน แถมยังการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand 2020 อีกด้วย ซึ่งเดิมทีร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ในย่านเอกมัย จนปัจจุบันได้มีการขยับขยายรีโนเวทร้านใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากโลเคชันเดิม พร้อมรองรับลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่นแบบเป็นกันเอง โดยบรรยากาศของทางร้านต้องการสื่อถึงความเป็น Street Food ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งผนังด้วยรูปภาพวัตถุดิบอาหาร Seafood ตลอดจนการนำกระทะก้นไหม้ที่ผ่านการใช้งานจริงมาแขวนไว้บนผนัง ให้สัมผัสถึงความเป็น Street Food แบบโบราณได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางร้านยังเลือกใช้โต๊ะไม้สีน้ำตาล ชวนให้สัมผัสได้ถึงความ Homey เหมือนการนั่งทานอาหารที่บ้าน โดยมีทั้งชั้นบนและชั้นล่างให้เลือกนั่งได้ตามความชอบ ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่แบบวันต่อวันจากทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี บวกกับกรรมวิธีการทำด้วยการผัดไฟแรงแบบเทคนิคจีนโบราณ ทำให้ทุกจานของทางร้านมีกลิ่นหอมของกระทะที่ไม่เหมือนใคร แนะนำเมนู Signature อย่าง ข้าวผัดโคตรปู (340 บาท) ข้าวหอมมะลิ ผัดคลุกเคล้าด้วยน้ำปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำกินกันในบ้านมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี จัดเต็มความอร่อยด้วยเนื้อกรรเชียงปูม้าและก้ามปูม้า ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปูม้าที่ดีที่สุดจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับจานนี้ให้สัมผัสถึงรสกลมกล่อม หอมกลิ่นของกระทะ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งเมนูแนะนำ ต้องลอง โคตรกั้งกระเทียมพริกไทย (380 บาท) ที่ทางร้านนำเข้าแบบสดใหม่วันต่อวันเช่นเดียวกัน …

Timo & Tintin

ย่านตลาดน้อยยังเป็นอีกหนึ่งย่านคลาสสิกที่แอบซ่อนเหล่าร้านอาหารและคาเฟ่น่ารัก ๆ ไว้รอให้ไปค้นหากันอยู่เรื่อย ๆ เช่นเดียวกับ Timo & Tintin คาเฟ่น้องใหม่ที่เนรมิตเอาตึกแถวเก่า 5 ชั้นให้กลายเป็นคาเฟ่และแกลเลอรีในที่เดียว “ความตั้งใจแรกเลยคืออยากทำที่นี่ให้เป็นแกลเลอรี เพราะเราคิดว่าย่านตลาดน้อยมีความคลาสสิกที่ดีอยู่แล้ว แต่ยังขาดความโมเดิร์น เราตั้งใจเติมความสมัยใหม่ให้ย่านนี้โดยไม่ไปรบกวนบรรยากาศรอบข้าง เลยสู่การสร้างความโมเดิร์นขึ้นในตึกของเราครับ” ที่มาของ Timo & Tintin ถูกบอกเล่าผ่านน้ำเสียงสบาย ๆ ของ คุณโอ – เจ้าของร้าน ‘Timo’ และ ‘Tintin’ คือชื่อสุนัขสองตัวของคุณโอ กลายมาเป็นชื่อร้านน่ารัก ๆ และยังจำง่าย ด้านในร้านถูกออกแบบมาให้เป็นสไตล์ Modern Contemporary ผสมเข้ากับความ Loft นิด ๆ จากการดัดแปลงโครงสร้างอาคารครั้งใหญ่ เพิ่มความโปร่งโล่งสบายตา และรับแสงธรรมชาติได้มากขึ้นจากการทุบกำแพงบางส่วนออกนั่นเอง อีกกิมมิกที่โดดเด่นของทางร้านคือภาพวาดลายเส้นที่เป็นเอกลักษณ์ นับเป็นองค์ประกอบสำคัญในมุมต่าง ๆ ของที่ร้าน ทั้งบนผนัง กระจก และที่แก้วน้ำแต่ละใบก็จะแตกต่างกันไปตามเมนูที่สั่ง ถือเป็นคาร์แร็กเตอร์น่ารัก ๆ ที่ต้องไม่พลาดแชะภาพกัน

“คาวาอิ’” เฮลตี้ ฟาสต์ฟู้ด พร้อมบริการแบบดิลิเวอรี่

“คาวาอิ” ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองย่านอโศก หวังตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพ ทั้งกลุ่มคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมให้บริการดิลิเวอรี่ ชูจุดเด่นทั้งด้านรสชาติที่อร่อย วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ให้พลังงานดี และความเป็น “เฮลตี้ ฟาสต์ฟู้ด” ที่แตกต่างจากฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ พร้อมเดินหน้าวิจัยพัฒนาสร้างนวัตกรรมอาหาร ปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย หวังสร้างความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อสุขภาพในอนาคต KAUAI (คาวาอิ) ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยมจากประเทศแอฟริกาใต้ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับพนักงานออฟฟิศ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาในย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้เทรนด์ของอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนรักสุขภาพเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต และร้าน “คา-วา-อิ” ก็เป็นร้านอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง  ทั้งนี้ ส่วนผสมในอาหารของคาวาอิ เน้นที่วัตถุดิบธรรมชาติที่คัดมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นไก่และไข่ไก่จากฟาร์มที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระตามธรรมชาติ (Free-range chicken) เนื้อจากวัวที่เลี้ยงแบบให้กินหญ้าเป็นอาหาร (grass-fed beef)  และผักและผลไม้ปลอดสาร ที่สำคัญคืออาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดใช้ความหวานจากธรรมชาติของวัตถุดิบ ไม่มีการเติมน้ำตาล ไร้สารเติมแต่ง สารกันบูด สารแต่งสี หรือสารแต่งกลิ่นรส เรียกได้ว่าเป็นอาหาร ที่ส่งเสริมการกินดีเพื่อสุขภาพจริงๆ

Kenn’s Coffee & Croissant

คาเฟ่ไซส์มินิ บรรยากาศอบอุ่นที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในร้านกาแฟต่างประเทศ โดยตัวร้านตั้งอยู่ในซอยสาทร 7อีกหนึ่งย่านที่เป็นแหล่งรวมตัวของเหล่าคนทำงาน ทุก ๆ เช้าย่านนี้จะพลุกพล่านไปด้วยพนักงานหรือคนทำงาน เช่นเดียวกับ Kenn’s Coffee & Croissant ที่เต็มไปด้วย Coffee Lover มาต่อแถวซื้อกาแฟเพื่อเติมพลังก่อนเข้าทำงาน คุณป๊อบ-นาเคนทร์ วงศ์วสุ หุ้นส่วนของ BKK Bagel Bakery ผู้เป็นเจ้าของร้านแตกไลน์ธุรกิจใหม่ ให้ที่นี่พร้อมเสิร์ฟครัวซองต์หอมกรุ่นฉบับโฮมเมด และเครื่องดื่มรสเลิศตั้งแต่เช้าตรู่ ด้วยราคามิตรภาพ ในบรรยากาศร้านกาแฟสไตล์ยุโรปที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นเมื่อแรกเห็น ผนังอิฐสีแดงคลาสสิกตัดกับประตูสีดำสนิท ดีไซน์ป้ายชื่อร้านให้แขวนยื่นออกมาปะทะสายตาผู้คนที่พลุกพล่านไปมาได้อย่างถนัดตา ส่วนคำว่า Kenn’s ก็ย่อมาจากชื่อ Naken ของคุณป๊อบนั่นเอง ครัวซองต์ของที่นี่มีชิ้นขนาดใหญ่ ทานแล้วอิ่มท้อง โดยเฉพาะ Plain Croissant (65 บาท) ครัวซองต์แบบออริจินัลสุดเรียบง่ายที่เพิ่มความพิเศษด้วยแป้งบาง กรอบนอกนุ่มในแบบพอดี ต่อด้วย Chocolate Croissant (70 บาท) ครัวซองต์ที่สอดไส้ดาร์กช็อคโกแลตนำเข้าจากฝรั่งเศสไว้ภายใต้ความกรอบของเนื้อแป้ง

ตำนาน สุกี้เตาถ่าน ไล่เฮง โภชนา

วันนี้เราจะพาไปตามรอยความอร่อย ที่เก่าแก่อยู่คู่กับเยาวราชมายาวนานกว่า 50 ปี ร้านสุกี้โบราณ “ไล่เฮง โภชนา” ร้านนี้เก่าแก่ตั้งมา 50 กว่าปีแล้ว ชื่อร้านไล่เฮง เจ้าของเป็นจีนไหหลำ ไฮไลท์ที่จัดว่าเด็ดของทางร้านนี้ ร้านยังอนุรักษ์ของเก่าแก่ไว้เต็มรูปแบบ คือใช้ เตาถ่าน ถ่านที่นำมาติดไฟ ก็เป็น ถ่านไม้โกงกางอย่างดี ทำให้ไฟแรง ไม่มีควัน ทำให้รำคาญเวลานั่งรับประทาน ส่วนเนื้อต่างๆ ทางร้านนี้หมักได้รสชาติแถมนุ่มอร่อยด้วยสูตรของทางร้านเอง ต่อกันกันด้วยเรื่องของน้ำจิ้ม ตัวของน้ำจิ้มสุกี้ของทางร้าน เป็นน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้สูตรโบราณ คงความเป็นจีนไหหลำขนานแท้เอาไว้ ไม่เชื่อต้องแวะมาลองเองคือมันแปลกสุดๆ แต่อร่อยมาก แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าใครจะไปทานร้านนี้ต้องอดทนรอสักหน่อย เพราะทางร้านจะมีคนทำแค่คนเดียวคือคุณป้าเจ้าของร้าน ที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างในร้านจริงๆ บางครั้งลูกค้าจะต้องเข้าไปช่วยคุณป้าหยิบจับเองด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นกิมมิคของทางร้านเลยก็ว่าได้ ใครอยากจะไปลิ้มลองความอร่อยของร้านสุกี้โบราณ ไล่เฮง สามาถไปใช้บริการกันได้เลยนะ บอกเลยว่าคลาสสิคเหมือนได้มานั่งกินข้าวที่บ้านญาติเลย ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ตั้งร้าน : อยู่ย่านเยาวราชหลังโรงแรม ไชน่า ทาวน์ เวลาเปิด – ปิด : 12:00 – 21:00 น. ติดต่อ :  02-234-1909 

Sirimahannop ดินเนอร์กลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับเพื่อนๆท่านไหนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์อย่างเหนือระดับท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยากับ Sirimahannop เรือที่จะพาคุณดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำที่สวยงามเหมาะมากเลยนะกับการพาแฟนมาออกเดตหรือฉลองโอกาสพิเศษๆเพราะสามารถซึมซับบรรยากาศผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเรือลำนี้ พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มตา ซึ่ง Sirimahannop นั้นอยู่ภายใต้การดูแลของโรงแรม  Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ซึ่งเรือนั้นก็มีการออกแบบมาให้คล้ายกับ เรือสำเภาสามเสาของราชนาวีไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปสู่ทวีปยุโรป อีกทั้งยังนำพาความเจริญรุ่งเรืองจากฝั่งตะวันตกมาสู่ดินแดนไทย แต่เรือลำนี้ได้ถูกเนรมิตชึ้นมาใหม่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสความอลังการ รับรองเลยนะว่าหากท่านไหนที่ได้ไปลองจะได้รับความตื่นตาและได้รับความผ่อนคลายอย่างแน่นอนอีกทั้งยังมีอาหารสุดพิเศษคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับรสอันหลากหลายของเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางการเดินเรือในอดีต ที่ถูกครีเอตออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Culinary Journey’ หยิบยกเอาวัตถุดิบแถบตะวันตกและตะวันออกที่พบเจอในระหว่างการเดินทาง มาผสมผสานความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัว ท่านไหนที่สนใจอยากลองไปเปิดประสบการณ์หรือสัมผัสกับบรรยากาศดีๆแบบนี้ก็สามารถลองติดต่อสอบถามกับทางโรงแรมโดยตรงเลยได้นะคะ

Ba Hao บาร์ลับสไตล์จีน ย่านเยาวราช

เป็น บ้านเลขที่8 ซอยนานา บาร์สไตล์จีนและโฮสเทลที่รีโนเวทจากตึกแถวเก่าแก่อายุกว่า 70 ปี ที่อยู่คู่ย่านเยาวราชมาตั้งแต่ยุคแรกเริ่ม ซึ่งชื่อของร้านนั้น แปลว่า เลข 8 ซึ่งชาวจีน ถือว่าเป็นเลขมงคล ที่ทางเจ้าของตั้งใจรีโนเวทตึกเก่า 4 ชั้น หลังนี้ให้เป็นบาร์สไตล์จีน ให้เข้ากับบรรยากาศชุมชนรอบๆ ที่เป็นย่านของชาวจีน ซึ่งภายในร้านนั้นยังตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์จีนย้อนยุค สำหรับที่นี่นะคะก็มีทั้งอาหารและะเครื่องดื่มให้เพื่อนๆได้ลิ้มลองมากมาย บอกเลยว่าถูกใจสายชลล์และคอดื่มอย่างแน่นอนเพราะเมนูค็อกเทลของที่นี่นั้นพิเศษเป็นอย่างมากตรงที่ผสมผสานระหว่างเหล้าจีนและสมุนไพรจีนเข้ากับเหล้าฝรั่ง รวมถึงการดัดแปลงเมนูค็อกเทลแบบตะวันตกให้มีความเป็นตะวันออกยิ่งขึ้น เรื่องการถ่ายรูปเช็คอินนั้นก็ไม่ต้องพูดถึงเลยเพราะเรียกได้เลยว่าแถบจะถ่ายได้ทุกมุมตั้งแต่หน้าร้านยันในร้าน จะนั่งกดชัตเตอร์ตรงไหนก็เก๋ไปหมด บาร์ลับไซต์ชิคๆที่ถูกใจคุณอย่างแน่นอน หากท่านไหนที่ผ่านมาแถวย่านเยาวราชก็ลองมาดูได้นะคะ สำหรับการเดินทางนั้น แนะนำให้นั่ง Mrt ลงสถานีหัวลำโพง แล้วต่อรถแท็กซี่ หรือใครสายเดินชิล เดินเล่นถ่ายรูป ชมตึกเก่าไปเรื่อยๆ ก็ชิลดีเหมือนกัน เปิดทุกวัน เวลา 11.00-19.00

MOLYN Cafe คาเฟ่เปิดใหม่ย่านเกษตรนวมินทร์

สำหรับใครที่ถามถึงคาเฟ่ในย่านเกษตรนวมินทร์นั้นวันนี้ทาง cafe-meal มีร้านเปิดใหม่มาแนะนำให้เพื่อนๆทุกท่านได้รู้จักกันนั่นคือร้าน MOLYN Cafe นั่นเองที่บอกเลยว่าการตกแต่งของร้านนั้นถูกใจสาย cafe hopping อย่างแน่นอนเพราะเรียกได้ว่าถ่ายรูปได้ทุกมุม ผสมกลิ่นอายเกาหลีนิดๆ ซึ่งร้านนี้นั้นนะคะก็เน้นการตกแต่งของร้านโดยการใช้โทนสีขาวตัดกับสีน้ำตาลอ่อนของเฟอร์นิเจอร์ไม้เพื่อเพิ่มความมินิมอลและทำให้สบายตาดูอบอุ่น สะอาดสะอ้านในเวลาเดียวกันอีกด้วยนะมาพร้อมกระจกบานใหญ่และหลังคากระจกให้แดดส่องผ่านเบาๆเป็นกันเอง นั่งชิลล์กันได้แบบสบาย ๆ พร้อมมุมทำงาน และมุมถ่ายรูปสุดเก๋ที่ถ่ายมุมไหนก็สวย ส่วนในเรื่องของเมนูนั้นก็มาพร้อมกับเครื่องดื่มที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเมนูกาแฟที่เป็นสูตร House Blend ของร้านโดยเฉพาะดื่มง่าย ไม่ต้องเป็น Coffee Specialist ก็สามารถสั่งได้ รวมถึงเครื่องดื่ม Non-Coffee, Signature Drinks และเมนูเบเกอรี่อีกมากมายให้ได้ลิ้มลอง หากเพื่อนๆท่านไหนที่สนใจจะไปนะคะ ร้านนั้นตั้งอยู่ที่ โครงการ Premium Place Kaset-Nawamin 2 ซอยมัยลาภ หากนำรถยนต์ส่วนตัวมาสามารถขับเข้ามาได้ 2 เส้นทางจากเกษตรนวมิทร์ซอยประเสริฐมนูกิจ 29 และซอยรามอินทรา 14 (ซอยมัยลาภ) โดยมีจุดสังเกตคือ โครงการจะอยู่ติดกับปั๊มน้ำมัน PT เวลาเปิด – ปิด : 11.00-19.00 น. ติดต่อ : 088-956-4666

คาเฟ่น้องใหม่ ที่พร้อมให้บริการแบบ Take Away

วันนี้นะทาง cafe-meal ได้รสมลิสต์สำหรับคาเฟ่น้องใหม่ประจำเดือนพฤษภาคมที่พร้อมเสริ์ฟความอร่อยระหว่างวันให้กับทุกคนผ่านด้วยหลากหลายเมนูพิเศษ โดยไม่ว่าจะเลือกใช้บริการรูปแบบ Take Away ที่ร้านหรือสั่งเดลิเวอรีผ่านแอปพลิเคชันต่าง ๆ ก็สามารถอิ่มฟินกับสารพัดเมนูโปรดได้อย่างสะดวกสบาย เพิ่มแรงฮึบให้พร้อมลุยต่อกับทุกสถานการณ์! 1.Ve/la เอกมัย คาเฟ่โทนสีขาวสุดมินิมัล ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของ Mediums ร้านเครื่องเขียนที่เหล่าคนรักงานอาร์ตสามารถแวะเข้ามาเลือกซื้ออุปกรณ์และของกระจุกกระจิก เพลิดเพลินกับ Art Gallery เล็ก ๆ พร้อมแวะพักจิบกาแฟแบบสบาย ๆ โดยเมนูเครื่องดื่มของทางร้านมีการนำเรื่องของ ‘เวลา’ มาตีความเป็นคอนเซ็ปต์หลักที่ใช้ในการคัดเลือกเมล็ดกาแฟแต่ละชนิด อย่าง Dawn Blend ที่เบลนด์จากเมล็ดกาแฟไทย รวันดา และเอธิโอเปีย แบบคั่วกลาง ที่ให้รสชาติออกไปทางแนวนัตตี้ หรือจะเป็น Dusk Blend เมล็ดกาแฟไทย ที่คั่วในระดับกลางถึงเข้ม ถูกใจคนชอบดื่มกาแฟเข้ม ๆ ที่โดดเด่นด้วยรสชาติของคาราเมล เฮเซลนัท และช็อกโกแลต  2.Noel Coffee อารีย์ ร้านกาแฟน้องใหม่รูปแบบ Coffee Stand ที่เลือกนำเสนอคาแร็กเตอร์รสชาติของกาแฟเป็นหลัก โดยทางร้านได้เลือกใช้เมล็ดกาแฟแบบ Single Origin พร้อมเบสรสชาติของเมนูเครื่องดื่มภายในร้านเป็น Brazil Cerrado แบบคั่วกลาง …