Mekiki No Ginji

ใครที่ชอบอาหารญี่ปุ่นน่าจะชื่นชอบร้านนี้ เพราะไม่ต้องบินไปทานไกลถึงญี่ปุ่นอีกแล้ว ทางร้านส่งตรงอาหารทะเลสด ๆ จากเกาะโอกินาว่า Mekiki no Genji ที่ใจกลาง K-Village เปิดมานานและมีถึง 13 สาขาแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะเริ่มขยายสาขามาที่ฮ่องกง และประเทศไทยเป็นสาขาแรก เป็นสาขาแรกในเมืองไทยที่พร้อมเสิร์ฟความสดจากอาหารทะเลนำเข้า ด้วยฝีมือของเชฟชาวญี่ปุ่นที่มาปรุงอาหารให้สด ๆ จานต่อจาน ภายในบรรยากาศของร้านที่ให้ความคึกครื้นเป็นกันเอง และตกแต่งได้เก๋ไก๋ไม่เบา ด้วยการนำถังไม้ที่เอาไว้ใส่ปลามาแต่งทั้งร้านให้เป็นธีมเดียวกัน พร้อมจัดห้องเล็ก ๆ ที่เป็นส่วนตัว และมีพื้นที่ Outdoor ด้านนอก นั่งสังสรรค์กันได้แบบชิลล์ ๆ เรียกว่ายกร้านต้นแบบมาเลยก็ว่าได้ ทั้งการแต่งร้านและรสชาติอาหาร ที่ไม่ว่าจะทานที่ไหนก็ได้รสชาติเหมือนกัน แถมการันตีด้วยว่าถ้าทานแล้วไม่สดไม่อร่อย ยินดีรับเปลี่ยนคืนฟรีทุกจาน เริ่มด้วยซิกเนเจอร์ของร้าน Mekiki No Genten Oke Mori Sashi (299 บาท) ซาชิมิปลาสด 5 อย่าง ที่เสิร์ฟมาในถาดเป็นชั้นดูน่าทาน สลับเปลี่ยนปลาไปในแต่ละวันแล้วแต่ว่าได้ปลาสดอะไรมา แต่จะคงปลาแซลมอนเอาไว้ทุกวัน หรือเลือกเป็นซูชิ Salmon Oshi Sushi (249 บาท) ซูชิหน้าแซลมอนย่างปรุงรสชาติมาอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาหารตามเทศกาลในแต่ละเดือนให้ได้เลือกทานกันด้วย ซึ่งอาหารที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นแบบย่างเตาถ่าน หากรอนานก็จะมีสลัดบาร์ให้ทานฟรีด้วยค่ะ ใครที่คิดจะมาช่วงสุดสัปดาห์ควรโทรจองโต๊ะก่อนล่วงหน้า …

SAVA all day dining อิ่มท้อง อิ่มบุญ กับ 10 เมนูเจ ที่ไม่จำเจ

คลายล็อกดาวน์แล้ว เข้าเมืองหาของอร่อยได้ ! สำหรับใครที่อยู่โซนสุขุมวิท แล้วกำลังมองหา ร้านอาหารอร่อย เอ็มควอเทียร์ EmQuartier อยู่ล่ะก็ตามเรามาที่นี่กันเลยจ้าาา ที่ร้าน SAVA all day dining และเพื่อต้อนรับ เทศกาลกินเจ 2564 ซึ่งตรงกับวันที่ 6-14 ตุลาคม 2564 ทางร้าน SAVA all day dining เค้าก็มีเปิดตัว 10 เมนูอาหารเจสุดพิเศษ ที่ดัดแปลงมาจากเมนูขายดีของร้าน ใครเป็นสายกินเจ ก็สามารถมาลองกันได้ รับรองว่าไม่ผิดหวังค่ะ สำหรับร้าน SAVA all day dining ใครรู้สึกคุ้นๆ ชื่อก็ไม่ต้องสงสัยไปค่ะ เพราะร้านนี้เป็นร้านอาหารของ คุณหมู – พลพัฒน์ อัศวะประภา หรือ หมู อาซาว่า นั่นเอง ตัวร้านตั้งอยู่ที่ชั้น 6 โซน Helix The Emquartier เรียกได้ว่าออกจากลิฟท์มาด็เจอร้านเลย ไม่ต้องเดินหาให้เมื่อย ที่นี่เป็นร้านอาหารบรรยากาศดี มีวิวตึกสวยๆ ให้ดูระหว่างทานข้าว เมนูอาหารของที่ร้านสุดสร้างสรรค์ เป็นอาหารสไตล์ไทยฟิวชั่น อร่อยแปลกใหม่ไม่เหมือนใคร …

Vouge Café แห่งแรกในกรุงเทพฯ สายแฟชั่นต้องห้ามพลาด

จากนิตยสารแฟชั่นชื่อดังสู่คาเฟ่ในแบบฉบับของตัวเอง Vogue Café (โว้ก คาเฟ่) คาเฟ่ใจกลางเมืองบนชั้น 2 ศูนย์การค้าเอราวัณ แบงค็อก ที่มาปักหลักเปิดคาเฟ่แห่งแรกในกรุงเทพฯ โดย กองเด นาสต์ ประเทศไทย ภายใต้ข้อตกลงกับบริษัท เซเรนดิพิตี้ มีเดีย จำกัด ผู้ตีพิมพ์นิตยสาร VOGUE และ GQ อย่างเป็นทางการในประเทศไทยซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากสาขาในต่างประเทศ นับเป็นอีกหนึ่งจุดหมายสำหรับคาเฟ่ฮอปเปอร์ที่ต้องแวะไปเช็กอิน Vogue Café ตั้งอยู่บริเวณแยกราชประสงค์ท่ามกลางประสบการณ์การช้อปปิ้งระดับลักซ์ซูรีที่หรูหราของกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยโรงแรมระดับห้าดาว และใกล้กับเส้นทางรถไฟฟ้าบีทีเอสที่สะดวกสบาย นับได้ว่าเป็นโลเคชั่นที่คัดสรรมาเพื่อนักช้อป นักท่องเที่ยวและพนักงานออฟฟิศที่อยากจะหลบหนีความวุ่นวายของย่านธุรกิจในกรุงเทพฯ เพื่อหามุมจิบกาแฟ รับประทานอาหาร อิ่มเอมกับชายามบ่าย หรือดื่มด่ำไปกับไวน์ชั้นดีสักแก้วในช่วงค่ำ ด้วยคอนเซ็ปต์ “all-day dining” สามารถเลือกเมนูอร่อยได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า มื้อเที่ยงจิบชายามบ่าย หรือแวะมาผ่อนคลายหลังเลิกงานในยามค่ำคืนตามแนวทางของ Vogue ที่ต้องการบอกเล่าไลฟ์สไตล์ของนิตยสารแฟชั่นชื่อดังผ่านรสชาติอาหารและเครื่องดื่มที่พร้อมเปิดต้อนรับทุกคนให้ได้มาอิ่มอร่อยกับหลากหลายเมนู ภายในร้านตกแต่งอย่างสวยงามในโทนสีขาวสบายตาบนพื้นที่กว่า 200 ตารางเมตรโดดเด่นด้วยการประดับผนังด้วยหน้าปกและรูปภาพจากนิตยสาร ซึ่งเป็นไปตามแนวทางของ Vogue Café ทั่วโลก โซนที่นั่งถูกแบ่งให้มีสเปซจำนวน 60 ที่นั่ง ทำให้รู้สึกโปร่งโล่งไม่อึดอัด ตอบรับกับแสงที่ผ่านเข้ามาทางกระจกบานใหญ่ ล้อมรอบไปด้วยวิวของตึกสูงในย่านนี้ สำหรับเมนูอาหารที่ …

Nooch Coffee

คาเฟ่เก๋ ๆ ในย่านเมืองทองธานีที่มาในคอนเซ็ปต์ Creative Space for Food Community พร้อมจับมือกับ Namwhan BakeHouse และ Metha Chocolate ร่วมกันรังสรรค์หลากหลายเมนูที่เกิดจากจินตนาการอันไร้ขีดจำกัด ให้ความสำคัญทั้งรสชาติและหน้าตา พร้อมเสิร์ฟให้คุณได้ฟินในทุก ๆ วัน  Minimal House of Croissant ตัวร้านตั้งอยู่ในอาคาร Metha Corps ที่ตกแต่งด้วยเบสสีขาว ก่อนจะเติมเต็มสีสันตามมุมต่าง ๆ ตามคอนเซ็ปต์อีเวนต์ที่แตกต่างกันออกไป โดยทีมงานตั้งใจให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์และพื้นที่ผ่อนคลายให้กับเหล่าศิลปินและนักออกแบบที่สามารถแวะมาปลดปล่อยความสนุกผ่านงานศิลปะประเภทต่าง ๆ กันได้แบบไม่จำกัด ซึ่งภายในแบ่งออกเป็น 2 ชั้นด้วยกัน เมื่อก้าวเข้ามาจะพบกับเคาน์เตอร์รับออเดอร์และตู้โชว์ครัวซองต์หลากรสชาติ ให้คุณได้ออเดอร์ความอร่อยไปฟินกัน ถัดไปด้านในเป็นโต๊ะรับรองสำหรับลูกค้าและซุ้ม Metha Chocolate โดยประมีหน้าต่างบานใหญ่ที่เปิดโล่งให้สามารถมองเห็นกรรมวิธีการรังสรรค์ครัวซองต์สูตรโฮมเมดของร้านที่อบสดใหม่ในทุก ๆวัน  แน่นอนว่าเมื่อก้าวเข้าร้านมาจะพบกับความหอมกรุ่นกลิ่นครัวซองต์ร้อน ๆ พร้อมเสิร์ฟที่ Namwhan BakeHouse ตั้งใจอบใหม่ในทุก ๆ วันจากวัตถุดิบสุดพรีเมียมนำเข้าจากต่างประเทศ เริ่มต้นกันที่ Red Velvet Croissant (125 บาท) ครัวซองต์เรดเวลเวทสอดไส้ชีสเค้ก ท็อปด้วยครีมชีส ด้านบนโรยด้วยเรดเวลเวทเค้ก เมนูหวานอมเปรี้ยวที่เหมาะสำหรับสาว ๆ หรือจะลองเป็น Caramel Maccada  Croissant (165 บาท) ครัวซองต์อบร้อนท็อปด้วยแมคคาเดเมียแบบจัดเต็ม …

Sundance Lounge It’s Tea Time

ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ใครที่กำลังมองหาคาเฟ่สวย ๆ บรรยากาศดี ๆ ไว้เติมเต็มช่วงเวลาดี ๆ แห่งการพักผ่อนอยู่ละก็ ลองแวะมานั่งจิบชาเบลนด์คุณภาพดีจากอังกฤษ กันที่ Sundance Lounge ที่ตั้งอยู่ใน Seenspace Thonglor คอมมูนิตี้ใจกลางซอยทองหล่อ 13 ซึ่งพร้อมมอบรสสัมผัสสุดพิเศษของชา ด้วยกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่นไม่เหมือนที่ไหน ๆ ให้เหล่าคนรักชาทั้งหลายได้ลิ้มลอง ภายในร้าน Sundance Lounge เต็มไปด้วยบรรยากาศอบอุ่น สบายตา ด้วยการออกแบบพื้นที่ให้มีความโปร่งโล่ง ก่อนจะเพิ่มเติมความหรูหรา มีชีวิตชีวาเข้าไปผ่านการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์โทนสีขาว – ทอง พร้อมดีไซน์ตัวร้านให้รับกับแสงธรรมชาติจากผนังและหลังคาสไตล์ Glass House ในลักษณะของกระจกใส ให้แสงแดดอุ่น ๆ จากภายนอกส่องเข้ามาในตัวร้าน เพื่อสร้างบรรยากาศมู้ดแอนด์โทนแสนอบอุ่นให้เข้ากับชื่อของ Sundance Lounge นั่นเอง นอกจากบรรยากาศอบอุ่น ชาเบลนด์ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของคุณภาพแล้ว ความพิเศษอีกหนึ่งอย่างของที่นี่ คือการเสิร์ฟเมนูขนมอร่อย ๆ จาก Eric Kayser และอาหารสไตล์อเมริกันจาก White Shuffle  ที่พร้อมรังสรรค์มื้อแสนอร่อยให้ทุกคนได้ทานแบบอิ่มครบจบในที่เดียว ในส่วนของเมนูชาคุณภาพชาที่ Sundance Lounge เลือกนำเสนอนั้น ส่วนใหญ่แล้วจะเน้นความหอมหวานแบบชาผลไม้ อีกทั้งยังมีสีสันสดใส เมื่อกระทบกับแสงแดด ชาแต่ละแก้วจะงดงามราวกับงานศิลปะเลยทีเดียว ชาของที่นี่ นอกจากจะเป็นชาที่เบลนด์ขึ้นเป็นพิเศษ ให้กลิ่นหอมและรสชาติที่ไม่เหมือนที่ไหน ๆ …