Paul Scones

หลายคนอาจจะเจอกับ Specialty Coffee กันมาอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้เราอยากชวนคุณมาสัมผัสความหอมกรุ่นและความนุ่มละมุนของ Specialty Scones กันบ้าง กับร้าน Paul Scones คาเฟ่เล็ก ๆ สีสันสดใสในย่านสุทธิสาร พร้อมเสิร์ฟกาแฟคุณภาพดีและ Specialty Scones สูตรโฮมเมดของทางร้าน โดดเด่นด้วยการใส่ใจและพิถีพิถันในการทำทุก ๆ เมนูจากการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี การันตีความอร่อยด้วยรสชาติสูตรลับเฉพาะไม่เหมือนที่ไหน พร้อมส่งต่อความอร่อยแบบสดใหม่ด้วยการอบร้อน ๆ จากเตาให้เหล่า Scone Lover ได้ลิ้มลอง Inspired by Wes Anderson Movies จากความตั้งใจของเจ้าของร้านที่ต้องการให้ Paul Scones แห่งนี้ เป็นร้านสโคนเล็ก ๆ บนพื้นที่หน้าบ้าน เพื่อให้คนที่ชอบทานสโคนได้แวะเวียนมาลิ้มลองความอร่อย พร้อมทั้งเข้ามาพูดคุยในแบบเป็นกันเอง ทำให้บรรยากาศของทางร้านจึงเต็มไปด้วยกลิ่นอายของบรรยากาศสบาย ๆ ภายใต้ความเรียบง่ายของคาเฟ่สีพาสเทลขนาดกะทัดรัด หากเดินเข้ามาจะต้องสะดุดตากับเครื่องครัวของ Smeg ที่วางเรียงกัน ช่วยเพิ่มสีสันสดใสภายในร้าน โดยมีแรงบันดาลใจการตกแต่งมาจากหนัง Wes Anderson ที่เจ้าของร้านชื่นชอบเป็นพิเศษ และแม้คาเฟ่สีพาสเทลขนาดกะทัดรัดแห่งนี้จะมีที่นั่งเพียงไม่กี่ที่ แต่หากมองถึงความพิถีพิถัน ความเอาใจใส่ และความเป็นกันเองของเจ้าของร้าน ก็นับเป็นองค์ประกอบง่าย ๆ ที่ชวนให้ใครหลายคนต้องลองแวะเวียนมา Specialty Scones Baked …

SANT DE’ NHUAD

ชวนเหล่า Croissant Lovers มาสัมผัสความหอมกรุ่นพร้อมเติมเต็มความอบอุ่นที่ SANT DE’ NHUAD ร้านครัวซองต์สูตรโฮมเมดสไตล์ฝรั่งเศสแบบออริจินัล ที่เกิดจากความชอบความหลงใหลในการทำครัวซองต์ของหุ้นส่วนทั้ง 4 คนของทางร้าน จึงนำเอาประสบการณ์การทำเบเกอรี มานำเสนอรสชาติครัวซองต์แบบต้นตำรับแท้ ๆ ให้ทุกคนได้ลองมาสัมผัส โดยที่มาของชื่อ ‘SANT DE’ NHUAD’ มาจากคาแร็กเตอร์ของหุ้นส่วนที่มีหนวดทุกคน เลยอยากจะสื่อเป็นร้านครัวซองต์ของคนมีหนวดนั่นเอง Homemade in The Factory Concept ด้วยคอนเซ็ปต์หลักของร้านที่ต้องการให้เป็น ‘Factory Homemade’ ภายในร้านจึงออกแบบมาให้เห็นถึงบรรยากาศของการทำครัวซองต์ที่อบแบบ Baked Fresh สดใหม่ทุก ๆ ชิ้น ที่คุณจะได้เพลิดเพลินไปกับกรรมวิธีการทำครัวซองต์ไปพร้อม ๆ กัน โดยตัวร้านล้อมรอบด้วยด้วยกระจกใสบานใหญ่ เปิดรับแสงธรรมชาติให้เข้ามาสร้างความอบอุ่นระหว่างวัน ทันทีที่เดินเข้ามาจะพบกับความโปร่งโล่งสบายตาในโทนสีขาวและเทา สะดุดตาด้วยดีไซน์เคาน์เตอร์บาร์ ช่วยเสริมบรรยากาศร้านให้ดูเท่มากยิ่งขึ้นไปอีก Freshly Baked Croissants วัตถุดิบหลักของทางร้านเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบนำเข้าจากประเทศฝรั่งเศส พิเศษด้วยวิธีการหมักและตีแป้งที่เป็นสูตรเฉพาะของทางร้าน นำมารังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดย Pastry Chef มากฝีมือ พร้อมส่งต่อความอร่อยแบบสดใหม่ด้วยการอบร้อน ๆ จากเตา พลาดไม่กับเมนู Signature ของทางร้านอย่าง Plain Croissant (70 บาท) ครัวซองต์ออริจินัลแบบดั้งเดิม …

H.O.N House of Nowhere

จากบ้านเก่าอายุราว 20 ปี ถูกรีโนเวทสู่ H.O.N House of Nowhere คาเฟ่สีขาวบรรยากาศสบาย ๆ ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ ‘Home Cafe’ สุดอบอุ่น อันเกิดจากความร่วมมือของสองคู่รักอย่าง ‘คุณเคน-เอกพล พันธุ์พัฒน์’ และ ‘คุณเน้ย-รภัสสา โพธิ์ศิริ’ อดีตสจ๊วตและแอร์โฮสเตส ที่ทั้งคู่ได้ผันตัวจากงานประจำมาเปิดโฮมคาเฟ่บรรยากาศสบาย ๆ ที่ให้ความรู้สึกเหมือนมาบ้านเพื่อน โดยรวบรวมทั้งคาเฟ่และสตูดิโอถ่ายภาพเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเป็นพื้นที่แบ่งปันความคิดสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ อาทิ การจัดแกลเลอรี ที่พร้อมนำเสนอผลงานศิลปะต่าง ๆ หมุนเวียนมาให้ชมอีกด้วย หากคุณก้าวเข้ามาภายในบ้านสีขาวหลังนี้ จะพบกับบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับสู่บ้านสไตล์โมเดิร์นในยุคก่อน โดยตัวร้านถูกออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ ‘Mid Century’ ที่ยังคงเก็บรักษาโครงสร้างเดิมเอาไว้ เผยให้เห็นถึงโครงสร้างของสถาปัตยกรรมภายในบ้านหลังเก่า โดดเด่นด้วยการตกแต่งแบบมินิมอล เรียบง่าย ผสมผสานระหว่างเฟอร์นิเจอร์ไม้สไตล์วินเทจและสแกนดิเนเวียนเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์แบบ อีกทั้งเสริมบรรยากาศความสดชื่นด้วยต้นไม้สีเขียวที่ช่วยเพิ่มความมีชีวิตชีวาได้เป็นอย่างดี H.O.N House of  Nowhere พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยบรรยากาศแบบเป็นกันเอง มาพร้อมพื้นที่ที่ถูกแบ่งออกเป็น 3 โซนหลักด้วยกัน คือ บริเวณโซนคาเฟ่ ที่มาพร้อมบรรยากาศสุดอบอุ่น โดยจัดโต๊ะเก้าอี้ไว้หลากหลายโซนให้เลือกนั่งได้ตามความชอบ ไม่ว่าจะนั่งคนเดียวแบบส่วนตัว นั่งแบบเป็นคู่ หรือโต๊ะไม้แบบเป็นกลุ่ม ทางร้านก็พร้อมมีให้เลือกหลากหลายมุม แถมยังมีมุมเครื่องเล่นเปียโน ไว้สำหรับใครที่สนใจ ก็สามารถเล่นเปียโนคลอเพลงเบา ๆ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในร้านได้อีกด้วย ถัดมาที่ด้านบนจะถูกจัดให้เป็น สตูดิโอถ่ายภาพ และในส่วนของด้านข้างจะถูกจัดเป็น ห้องแกลอรี ไว้สำหรับแสดงผลงาน ที่จะหมุนเวียนมาให้ชมทุกเดือน แน่นอนว่าทุกเมนูของทางร้านเน้นการใช้วัตถุดิบคุณภาพดี บวกกับกรรมวิธีการทำด้วยใจรักอย่างพิถีพิถันในทุกขั้นตอน โดยทางร้านจะควบคุมรสชาติของเครื่องดื่มให้รู้สึกทานง่าย ไม่หวานจนเกินไป …

GOOSE Café

ชวนชาวออฟฟิศย่านพระโขนงแวะมานั่งชิลล์และอิ่มอร่อยกันที่ GOOSE Café คาเฟ่น้องใหม่กึ่งร้านอาหารสไตล์ Casual Dining ที่ตั้งอยู่บริเวณปากซอยปรีดีพนมยงค์ 1 พร้อมต้อนรับทุกคนให้แวะมาใช้เวลาช่วงเวลาดี ๆ ไปกับการทานหลากหลายเมนูอาหารและเครื่องดื่มสุดพิเศษที่ทางร้านตั้งใจครีเอตออกมาให้ได้ลิ้มลองกัน Sleek & Stylish ดีไซน์ด้านหน้าร้านโดดเด่นด้วยผนังปูน ประดับด้วยโลโก้เท่ ๆ ชวนมอง มาพร้อมกระจกใสบานใหญ่ เสริมบรรยากาศภายในร้านให้รู้สึกโปร่งโล่งและสบายตา สามารถมองเห็นความคึกคักของการสัญจรไปมาบนเส้นถนนสุขุมวิท 71 แห่งนี้ได้แบบเพลิน ๆ นอกจากนี้ ทางร้านยังเลือกตกแต่งร้านด้วยมู้ดโทนสีเขียวและสีเทาที่ดูเรียบเท่ พร้อมเติมความสดชื่นด้วยต้นไม้ประดับกระถางน้อยใหญ่ ตัวร้านแบ่งแยกโซนออกเป็น 2 ชั้น โดยโซนคาเฟ่จะตั้งอยู่บริเวณชั้นล่าง ส่วนชั้นบนนั้นถูกดีไซน์พื้นที่ให้เป็น Boutique Hotel ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนเตรียมความพร้อมให้บริการเร็ว ๆ นี้  สำหรับเมนูต่าง ๆ ของทางร้าน ถูกออกแบบมาให้มีรูปร่างหน้าตาที่ทันสมัย ผสานกับรสชาติในสไตล์ฟิวชันและเอเชียนทวิสต์ ด้วยสูตรเฉพาะของ GOOSE Café ที่เชฟตั้งใจรังสรรค์ความอร่อยออกมาให้ทุกคนได้ลิ้มลอง แนะนำให้ลองทานSeabass & Relish Toast (290 บาท) ขนมปังอบกรอบประกบกันเป็นแซนด์วิช สอดไส้ด้วยปลากะพงและยำมะม่วง เสิร์ฟมาพร้อมกับครีมซอสซีฟู้ดที่ให้ทั้งความครีมมี่และรสแซ่บซี้ดแบบไทย ๆ จานถัดไปเป็น Spicy Kaprao …

Citizen Tea Canteen of Nowhere

ชวนเดินลัดเลาะ ‘ย่านตลาดน้อย’ หนึ่งในย่านชุมชนคนไทยเชื้อสายจีนใจกลางกรุงที่ยังคงเสน่ห์ด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่แบบดั้งเดิม พร้อมผสานเข้ากับยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เพื่อไปพบกับ Citizen Tea Canteen of Nowhere คาเฟ่ชาไทยหรือโรงน้ำชาสุดชิคแห่งย่านตลาดน้อย ที่เปรียบเหมือนโชว์รูมสินค้าไลฟ์สไตล์ Flagship Store เล็ก ๆ ของแบรนด์หัตถกรรมร่วมสมัยสุดคราฟต์อย่าง Citizen of Nowhere ซึ่งถูกสร้างสรรค์พื้นที่ขึ้นมาท่ามกลางบรรยากาศสุดชิค ชวนสะดุดตาด้วยการปูกระเบื้องสีส้มสดตัดกับลายแพตเทิร์นสีขาว-ดำ และการตกแต่งภายในที่ได้กลิ่นอายของวัฒนธรรมจีนแบบเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร The Colours of Chinese Culture ด้วยความที่ร้านนั้นเติบโตมาจากการเป็นคราฟต์แบรนด์มาก่อน บวกกับทำเลร้านนั้นตั้งอยู่ในย่านตลาดน้อย จึงนำเอกลักษณ์ไทยกลิ่นอายของภูมิปัญญาท้องถิ่นมาหลอมรวมไว้กับวัฒนธรรมจีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโทนสีมงคลส้ม-แดง ไปจนถึงการตกแต่งภายในที่มีการนำเอาลวดลายภาพวาดสัญลักษณ์ของศาลเจ้า วัดจีนอย่างวัดซุนเล่งยี่หรือศาลเจ้าโจวซือกง (ฝั่งตรงข้ามร้าน), สิ่งที่เป็นมงคลอื่น ๆ เช่น น้ำเต้า ดอกกุหลาบ เสือ ฯลฯ มาดีไซน์เป็น Silkscreen Handprint Wallpaper หลากหลายแบบที่ทำด้วยมือ เพื่อให้กลมกลืนไปในทิศทางเดียวกันกับชุมชนย่านตลาดน้อย Thai Tea Specialty Blends สืบเนื่องจากคอนเซ็ปต์ ‘โรงน้ำชา’ ทางร้านจึงเลือกนำเสนอเครื่องดื่มชาเป็นหลัก เสิร์ฟทั้งแบบร้อนและแบบเย็น ในลักษณะของ Thai Tea Specialty พร้อมแบ่งประเภทของชาออกเป็น 2 แบบ …

Tsai Eatery คาเฟ่ริมน้ำ บรรยากาศดีใต้ต้นไม้ใหญ่!

เสาร์อาทิตย์นี้ใครไม่อยากเข้าเมืองไป Hopping ลองตามเรามาชิลกันที่ฝั่งธน ย่าน สะพานพุทธ เพราะที่นี่มีคาเฟ่เปิดใหม่ อย่างร้าน ไทร Tsai Eatery Cafe & Restaurant คาเฟ่ ร้านกาแฟ และร้านอาหารริมน้ำ ในกรุงเทพ อยู่ในโซนเก่าแก่ อย่างย่าน ท่าดินแดง คลองสาน ถนนสมเด็จเจ้าพระยา ตัวร้านร่มรื่นใต้ต้นไม้ใหญ่และอยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยาเลย บรรยากาศดีมากกก มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายรูปเยอะมาก ยิ่งช่วงปลายปีแบบนี้ใครกำลังหาร้านบรรยากาศดีใหม่ๆ ไม่ซ้ำใคร ลองตามเรามาที่นี่ได้เลยค่ะ เดินทางกันมาที่ย่านฝั่งธน กับร้าน ไทร Eatery (Tsai Eatery Cafe & Restaurant) คาเฟ่เปิดใหม่ล่าสุดในย่านนี้ บอกเลยว่าที่นี่เป็นอีกหนึ่งร้านกาแฟ และร้านอาหาร บรรยากาศดีแบบสุดปัง เพราะตัวร้านอยู่ใต้ต้นไทรต้นยักษ์ และมีที่นั่งชิลริมแม่น้ำพระยาเลย ร้านอยู่ในซอยสมเด็กเจ้าพระยา 3 ไม่ไกลจากสะพานพุทธ เดินทางสะดวก แนะนำให้ไปช่วงเช้า หรือช่วงบ่ายแก่ๆ ใกล้จะเย็น จะชิลสุดๆ สำหรับการตกแต่งและบรรยากาศโดยภาพรวมของร้าน จะเป็น คาเฟ่ในสวน สไตล์วินเทจ หน่อยๆ ผสมผสานเข้ากับความเป็นธรรมชาติของสถานที่ ภายในร้านมีที่นั่งด้วยกันหลายโซน ทั้งโซนริมแม่ย้ำ นั่งรับลมในบรรยากาศชิลๆ สไตล์ Outdoor และโซนห้องแอร์ สไตล์ …

LUA Cafe คาเฟ่เปิดใหม่ สไตล์มินิมอล

เมืองเก่าแล้วไงมีคาเฟ่ใหม่สวยๆ ได้แล้วกัน ! ใช่ค่ะ วันนี้เราขอพาทุกคนมา Hopping กันที่ฝั่งพระนคร ในย่านเมืองเก่า ท่าพระจันทร์ กับร้าน LUA Cafe คาเฟ่เปิดใหม่ สไตล์มินิมอล บอกเลยว่าร้านนี้ลงตัวมาก เป็นอีกหนึ่ง คาเฟ่ถ่ายรูปสวย กรุงเทพ ที่สายถ่ายรูปต้องห้ามพลาด เพราะที่นี่ปังจริงอะไรจริง เหมือนยกคาเฟ่ที่เกาหลี เดินทางมากันที่ย่านท่าพระจันทร์ แหล่งรวมร้านอาหารริมน้ำ และตึกรามบ้านช่องเก่าๆ ฟีลวินเทจ บอกเลยว่าตอนนี้ที่นี่มีอีกหนึ่งเช็คพ๊อยท์ที่ต้องห้ามพลาด ที่ร้าน LUA Cafe คาเฟ่ใหม่โทนสีขาว – ครีม สไตล์มินิมอล ฟีงคาเฟ่เกาหลี ชาว Cafe Hopper กดเซฟไว้ได้เลย เพราะถ้าไม่มาเดี๋ยวจะะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องน้าาา ตัวร้านตั้งอยู่ที่บริเวณประตูด้านข้าง ม.ธรรมศาสตร์ ประตูท่าพระจันทร์ ข้างร้านหนังสือนายอินทร์ ถึงแม้ว่าที่ร้านจะเป็นคาเฟ่ไซส์ไม่ใหญ่มาก ตัวร้านมีขนาด 1 คูหา บอกเลยว่าเค้าจัดการพื้นที่ได้คุ้มค่ามากๆ ที่ชั้นแรกจะเป็นโซนเคาท์เตอร์บาร์ สำหรับออเดอร์เมนู ด้านในมีพื้นที่สำหรับนั่งชิลได้ และชั้น 2 จะเป็นโซนที่นั่งแบบเต็มๆ ด้วยการตกแต่งร้านที่เน้นใช้โทนสีค่อนข้างสว่าง และมีการเจาะช่องแสงให้แสงธรรมชาติเข้ามา คือถ่ายรูปออกมานึกว่าอยู่คาเฟ่ที่เกาหลีเลยจ้าาา มีความน้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอบอุ่น ถ่ายรูปออกมาสวยจริงอะไรจริง สำหรับเมนูของที่ร้านที่นี่มีเมนูกาแฟดีๆ และเครื่องดื่มแบบ …

Bora Bora Cafe

แม้ว่าย่านหลานหลวงจะเป็นย่านเก่าแก่ที่เต็มไปด้วยบรรยากาศแสนคลาสสิก แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป ย่านนี้ก็เต็มไปด้วยความทันสมัยของคนรุ่นหลังที่แทรกเข้ามาอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืน เช่นเดียวกับ Bora Bora Cafe ร้านกาแฟน่ารัก ๆ ที่รีโนเวทจากห้องแถวหลังน้อยในซอยหลานหลวง 8 “Bora Bora เป็นชื่อหมู่เกาะเล็ก ๆ ในประเทศเฟรนช์โปลินีเซีย ที่ติดอันดับหมู่เกาะที่สวยที่สุดในโลก เราเลยอยากยกความหมายตรงนี้มาเป็นชื่อร้าน เหมือนร้านเราที่ซ่อนอยู่ในซอยเล็ก ๆ แต่พร้อมเสิร์ฟเมนูที่เต็มไปด้วยคุณภาพครับ” คุณบูม – เจ้าของร้าน เล่าให้ฟังถึงที่มาของชื่อคาเฟ่ Bora Bora Cozy and Homey จากประสบการณ์การทำงานเป็นบาริสต้าที่ซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ครั้งนี้คุณบูมตั้งใจหอบหิ้วความสุขของการทำกาแฟกลับมาให้ชาวหลานหลวงได้สัมผัสไปพร้อม ๆ กันที่บ้านหลังน้อยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง ตัวร้านถูกรีโนเวทให้ออกมาแบบมินิมัลผสานกับความอบอุ่นจากแสงไฟสีส้มด้านในร้าน จะเลือกนั่งส่วนของเคาน์เตอร์บาร์ก็เหมาะสำหรับการชมดริปกาแฟกรุ่น ๆ มาแล้วแนะนำให้ลองชิมเมนู Signature ของทางร้านอย่าง Bora Bora (120 บาท) กาแฟที่ถูกครีเอตออกมาให้เป็นรูปแบบของหมู่เกาะ โดยใช้ไอศกรีมแทนส่วนของภูเขา มี Crumble เป็นตัวแทนของทราย และ Cheese Foam สูตรพิเศษของทางร้านแทนเกลียวคลื่น ประกอบกันออกมาเป็นแก้วที่เต็มไปด้วยรายละเอียดจากความตั้งใจ หรือจะเป็นแก้วของ Sweet & Sour (100 บาท) เหมาะสำหรับคนชอบความสดชื่นด้วยส่วนประกอบของช็อตเอสเพรสโซ และ …

Matcha Mood คาเฟ่สไตล์ Tea House เปิดใหม่ย่านสีลม

เหล่า Matcha Lovers ต้องไม่พลาดมาดื่มด่ำรสชาตินุ่มละมุนของมัทฉะเกรดพรีเมียมที่ผ่านการเบลนด์มาอย่างตั้งใจ ในบรรยากาศแสนสงบชวนให้พักผ่อนที่ Matcha Mood คาเฟ่สไตล์ Tea House เปิดใหม่ย่านสีลม ที่พร้อมเติมเต็มช่วงเวลาพักผ่อนของคุณให้พิเศษยิ่งขึ้น จากความหลงใหลในเรื่องราวของมัทฉะ ทำให้ คุณแพร – เจ้าของร้าน ตัดสินใจเนรมิตตึกเก่าในย่านสีลมหลังนี้ให้ออกมาเป็นพื้นที่สำหรับคนที่หลงรักในสัมผัสและรสชาติของมัทฉะได้แวะเวียนมาพูดคุยพร้อมลองชิมเมนูสุดพิเศษกัน โดยทางร้านเลือกใช้มัทฉะเกรดพรีเมียมที่ร่วมเบลนด์กันเองกับฟาร์มที่ญี่ปุ่น จนได้สูตรมัทฉะที่ไม่เหมือนใคร ออกมาเป็นเมนูพิเศษให้ทุกคนได้ลิ้มลองกัน Japanese Minimal Vibes ทางด้านการตกแต่ง ตัวร้านโดดเด่นด้วยช่องรับแสงขนาดใหญ่ ที่ช่วยเพิ่มเติมความมีชีวิตชีวาและภายในร้านรู้สึกโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด นอกจากนี้ที่นี่ยังเลือกใช้วัสดุจากไม้สีอ่อนที่มาพร้อมรายละเอียดเล็ก ๆ น้อยๆ เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมความเป็นญี่ปุ่นดั้งเดิม ผสานเข้ากับการก่อสร้างแบบลอฟท์นิด ๆ กลายมาเป็นบรรยากาศสไตล์ Cozy Minimal แสนอบอุ่น พร้อมให้คุณเลือกมุมที่นั่งถูกใจ แล้วจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดกันได้เลย Special Matcha Blend เมนูที่ Matcha Mood ถูกออกแบบมาให้เข้าใจง่าย ไม่ซับซ้อน โดยทางร้านจะมีมัทฉะให้เลือกทั้งหมด 2 ตัว คือ 01 ที่มาพร้อมบอดี้เบา ๆ ไม่ซับซ้อน ดื่มง่าย เหมาะสำหรับคนเริ่มดื่มชา และ 02 ที่จะเพิ่มสัมผัสซับซ้อนและชัดเจนยิ่งขึ้นนั่นเอง สำหรับใครที่หลงรักในความนุ่มละมุนแบบนม ๆ ขอแนะนำให้สั่ง Matcha …

Rue De Mansri

คาเฟ่และสตูดิโอถ่ายภาพ ที่ตั้งอยู่บริเวณแยกแม้นศรี ถนนบำรุงเมือง อีกหนึ่งถนนสายเก่าแก่ที่สำคัญของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยโครงสร้างอาคารอนุรักษ์ 3 ชั้น ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 และยังคงเสน่ห์ความคลาสสิกของตัวอาคารไว้ได้เป็นอย่างดี ก่อนจะรีโนเวทให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยแนวคิดและใจรักในการดื่มกาแฟของ คุณเเทน – ดุษฎี สุวณิชยากุล โดยนำเอาคำว่า ‘Rue De Mansri’ ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศสที่แปลว่า ‘ถนนแม้นศรี’ มาใช้เป็นชื่อร้านให้ดูมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ตึกเก่าสไตล์ชิโนโปรตุกีสที่ตั้งเรียงรายกันอยู่ริมถนนแม้นศรี ล้วนสร้างขึ้นในช่วงปลายสมัยรัชกาลที่ 5 ซึ่งแต่เดิมเป็นบ้านเก่าของคนสมัยก่อนที่ทำกิจการ ‘ไทยการค้า’ มานานกว่า 60 ปี  ด้านในยังคงความคลาสสิกของโครงสร้างเดิมไว้ เพียงแต่มีการกะเทาะผนังเผยให้เห็นโครงสร้างอิฐเดิมที่ก่อขึ้นไปเป็นซุ้มสวยงามหลายจุด รวมถึงออกแบบช่องหน้าต่างในลักษณะของการฉลุลายด้านบน เพื่อให้ได้รับแสงธรรมชาติและสามารถมองเห็นวิวใจกลางเมืองบริเวณสี่แยกแม้นศรี All Vintage Stuff ชั้นล่างของคาเฟ่โดดเด่นด้วยประตูหมุนสีเทอร์ควอยซ์บานใหญ่ และเก้าอี้บุหนังสีน้ำตาลดีไซน์เก๋ ส่วนโซนบาร์เล็กที่ซ่อนอยู่ด้านหลังประตู ก็ส่งกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟคั่วและเครื่องดื่มกาแฟที่ชงโดยบาริสต้ามากฝีมือ ราวกับจะเชิญชวนให้ผู้มาเยือนใหม่ได้เข้ามาลิ้มรสกาแฟของทางร้าน นอกจากเมนูกาแฟแล้วที่นี่ยังเสิร์ฟความอร่อยด้วยเมนูครัวซองต์รสชาติดีจาก Nana Jungle ร้านขนมปังโฮมเมดที่มีชื่อเสียงในจังหวัดเชียงใหม่อีกด้วย โดย Rue De Mansri ได้เลือกหยิบเมนูคลาสสิกอย่างครัวซองต์มาจับคู่กับกาแฟรสกลมกล่อม ซึ่งมีให้เลือกทานถึง 4 รสชาติ ได้แก่ Plain, Almond, Ham …