พริกหยวก Feel like Home

พริกหยวก เกิดขึ้นจากความรักในการทำอาหารของ คุณแอน-ดารารัตน์ วิสัยจร ที่ตั้งใจจะส่งต่อวิถีการกินแบบคนไทยผ่านความอบอุ่นของรสชาติอาหารสไตล์ Comfort Food ให้ทุกคนได้ชิม  พร้อมใส่ใจเรื่องความสะอาดปลอดภัยและไม่ใส่ผงชูรสในอาหารทุกจาน โดยนำเสนอทั้งหมดนี้ภายในคอนเซ็ปต์ “ข้าวแกง = วิถีชีวิตของคนไทย” แรกเริ่มที่นี่เป็นร้านข้าวแกงเล็กๆ ครั้งนี้ได้ขยับขยายมาเปิดบ้านหลังใหม่ในย่านประดิพัทธ์ พร้อมให้ทุกคนแวะเวียนไปชิมแล้วบรรยากาศภายในร้านให้ความอบอุ่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้หลากสีที่ผสมผสานกันไปในมู้ดแอนด์โทนเดียวกัน เข้ากันได้ดีกับผนังสีขาวสะอาดตาและเติมสีสันให้ภายในด้วยสีเขียวของต้นไม้ ที่นี่เน้นเสิร์ฟอาหารไทยที่ปรุงสดใหม่ทุก ๆ จาน โดยคุณแอนได้หยิบยกกลิ่นอายและเสน่ห์ของบ้านเกิดอย่างจังหวัดชุมพรที่มีรสชาติอาหารเป็นเอกลักษณ์ ไม่จัดจ้านจนเกินไป ถูกปากคนกรุงเทพฯ ทำให้เมนูอาหารที่ได้รสมือที่กลมกล่อมแบบชาวชุมพรแท้ ๆ อาหารทุกจานของที่นี่ไม่ใช้ผงชูรส แต่ใช้ประสบการณ์ทั้งหมดในการทำอาหารมาแต่งแต้มรสชาติให้กลมกล่อมแทน ทางร้านเลือกใช้ข้าวสวยออร์แกนิกจากนาข้าวในจังหวัดอุบลราชธานีที่ส่งให้ที่นี่โดยเฉพาะ

เฮียให้ Street Food in Bangkok

จากความชอบทำอาหารกินกันในบ้าน นำมาสู่ร้านอาหาร เฮียให้ ที่เชื่อว่าคงเป็นที่คุ้นหูของใครหลายคนอย่างแน่นอน เพราะด้วยชื่อเสียงโด่งดังในเรื่องความอร่อยของข้าวผัดโคตรปู ที่มาพร้อมสโลแกน“ผมอยากทำข้าวผัดปูที่ดีที่สุด” พร้อมส่งต่อความอร่อยให้ทุกคนได้ลองทาน จนสามารถครองใจลูกค้ามาอย่างยาวนาน แถมยังการันตีความอร่อยด้วยรางวัล Michelin Bib Gourmand 2020 อีกด้วย ซึ่งเดิมทีร้านตั้งอยู่บนชั้น 2 ของร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเก่าแก่ในย่านเอกมัย จนปัจจุบันได้มีการขยับขยายรีโนเวทร้านใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากโลเคชันเดิม พร้อมรองรับลูกค้าได้มากขึ้น พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยความอบอุ่นแบบเป็นกันเอง โดยบรรยากาศของทางร้านต้องการสื่อถึงความเป็น Street Food ที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งผนังด้วยรูปภาพวัตถุดิบอาหาร Seafood ตลอดจนการนำกระทะก้นไหม้ที่ผ่านการใช้งานจริงมาแขวนไว้บนผนัง ให้สัมผัสถึงความเป็น Street Food แบบโบราณได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ ทางร้านยังเลือกใช้โต๊ะไม้สีน้ำตาล ชวนให้สัมผัสได้ถึงความ Homey เหมือนการนั่งทานอาหารที่บ้าน โดยมีทั้งชั้นบนและชั้นล่างให้เลือกนั่งได้ตามความชอบ ทางร้านคัดสรรวัตถุดิบสดใหม่แบบวันต่อวันจากทะเล จังหวัดสุราษฎร์ธานี บวกกับกรรมวิธีการทำด้วยการผัดไฟแรงแบบเทคนิคจีนโบราณ ทำให้ทุกจานของทางร้านมีกลิ่นหอมของกระทะที่ไม่เหมือนใคร แนะนำเมนู Signature อย่าง ข้าวผัดโคตรปู (340 บาท) ข้าวหอมมะลิ ผัดคลุกเคล้าด้วยน้ำปรุงสูตรเฉพาะของทางร้าน ที่ทำกินกันในบ้านมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี จัดเต็มความอร่อยด้วยเนื้อกรรเชียงปูม้าและก้ามปูม้า ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นปูม้าที่ดีที่สุดจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำหรับจานนี้ให้สัมผัสถึงรสกลมกล่อม หอมกลิ่นของกระทะ ทานคู่กับน้ำจิ้มซีฟู้ด เพิ่มความอร่อยได้อย่างลงตัว อีกหนึ่งเมนูแนะนำ ต้องลอง โคตรกั้งกระเทียมพริกไทย (380 บาท) ที่ทางร้านนำเข้าแบบสดใหม่วันต่อวันเช่นเดียวกัน …

“คาวาอิ’” เฮลตี้ ฟาสต์ฟู้ด พร้อมบริการแบบดิลิเวอรี่

“คาวาอิ” ยึดพื้นที่ใจกลางเมืองย่านอโศก หวังตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มรักสุขภาพ ทั้งกลุ่มคนทำงาน นักเรียน นักศึกษา สร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพได้ง่ายขึ้น พร้อมให้บริการดิลิเวอรี่ ชูจุดเด่นทั้งด้านรสชาติที่อร่อย วัตถุดิบจากธรรมชาติที่ให้พลังงานดี และความเป็น “เฮลตี้ ฟาสต์ฟู้ด” ที่แตกต่างจากฟาสต์ฟู้ดอื่นๆ พร้อมเดินหน้าวิจัยพัฒนาสร้างนวัตกรรมอาหาร ปรับสูตรให้ถูกปากคนไทย หวังสร้างความยั่งยืนด้านอาหารเพื่อสุขภาพในอนาคต KAUAI (คาวาอิ) ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านอาหารสุขภาพยอดนิยมจากประเทศแอฟริกาใต้ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อสร้างโอกาสในการเข้าถึงอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับพนักงานออฟฟิศ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาในย่านใจกลางกรุงเทพมหานคร ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะทำให้เทรนด์ของอาหารเพื่อสุขภาพสำหรับคนรักสุขภาพเติบโตยิ่งขึ้นในอนาคต และร้าน “คา-วา-อิ” ก็เป็นร้านอันดับต้นๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง  ทั้งนี้ ส่วนผสมในอาหารของคาวาอิ เน้นที่วัตถุดิบธรรมชาติที่คัดมาอย่างพิถีพิถัน ไม่ว่าจะเป็นไก่และไข่ไก่จากฟาร์มที่เลี้ยงแบบปล่อยอิสระตามธรรมชาติ (Free-range chicken) เนื้อจากวัวที่เลี้ยงแบบให้กินหญ้าเป็นอาหาร (grass-fed beef)  และผักและผลไม้ปลอดสาร ที่สำคัญคืออาหารและเครื่องดื่มทุกชนิดใช้ความหวานจากธรรมชาติของวัตถุดิบ ไม่มีการเติมน้ำตาล ไร้สารเติมแต่ง สารกันบูด สารแต่งสี หรือสารแต่งกลิ่นรส เรียกได้ว่าเป็นอาหาร ที่ส่งเสริมการกินดีเพื่อสุขภาพจริงๆ

ตำนาน สุกี้เตาถ่าน ไล่เฮง โภชนา

วันนี้เราจะพาไปตามรอยความอร่อย ที่เก่าแก่อยู่คู่กับเยาวราชมายาวนานกว่า 50 ปี ร้านสุกี้โบราณ “ไล่เฮง โภชนา” ร้านนี้เก่าแก่ตั้งมา 50 กว่าปีแล้ว ชื่อร้านไล่เฮง เจ้าของเป็นจีนไหหลำ ไฮไลท์ที่จัดว่าเด็ดของทางร้านนี้ ร้านยังอนุรักษ์ของเก่าแก่ไว้เต็มรูปแบบ คือใช้ เตาถ่าน ถ่านที่นำมาติดไฟ ก็เป็น ถ่านไม้โกงกางอย่างดี ทำให้ไฟแรง ไม่มีควัน ทำให้รำคาญเวลานั่งรับประทาน ส่วนเนื้อต่างๆ ทางร้านนี้หมักได้รสชาติแถมนุ่มอร่อยด้วยสูตรของทางร้านเอง ต่อกันกันด้วยเรื่องของน้ำจิ้ม ตัวของน้ำจิ้มสุกี้ของทางร้าน เป็นน้ำจิ้มเต้าหู้ยี้สูตรโบราณ คงความเป็นจีนไหหลำขนานแท้เอาไว้ ไม่เชื่อต้องแวะมาลองเองคือมันแปลกสุดๆ แต่อร่อยมาก แต่ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่าใครจะไปทานร้านนี้ต้องอดทนรอสักหน่อย เพราะทางร้านจะมีคนทำแค่คนเดียวคือคุณป้าเจ้าของร้าน ที่มีหน้าที่ทำทุกอย่างในร้านจริงๆ บางครั้งลูกค้าจะต้องเข้าไปช่วยคุณป้าหยิบจับเองด้วย ซึ่งนี่ถือเป็นกิมมิคของทางร้านเลยก็ว่าได้ ใครอยากจะไปลิ้มลองความอร่อยของร้านสุกี้โบราณ ไล่เฮง สามาถไปใช้บริการกันได้เลยนะ บอกเลยว่าคลาสสิคเหมือนได้มานั่งกินข้าวที่บ้านญาติเลย ข้อมูลเพิ่มเติม ที่ตั้งร้าน : อยู่ย่านเยาวราชหลังโรงแรม ไชน่า ทาวน์ เวลาเปิด – ปิด : 12:00 – 21:00 น. ติดต่อ :  02-234-1909 

Sirimahannop ดินเนอร์กลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยา

สำหรับเพื่อนๆท่านไหนที่อยากสัมผัสประสบการณ์ดินเนอร์อย่างเหนือระดับท่ามกลางวิวแม่น้ำเจ้าพระยากับ Sirimahannop เรือที่จะพาคุณดื่มด่ำกับวิวแม่น้ำที่สวยงามเหมาะมากเลยนะกับการพาแฟนมาออกเดตหรือฉลองโอกาสพิเศษๆเพราะสามารถซึมซับบรรยากาศผ่านเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของเรือลำนี้ พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของวิวแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มตา ซึ่ง Sirimahannop นั้นอยู่ภายใต้การดูแลของโรงแรม  Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ซึ่งเรือนั้นก็มีการออกแบบมาให้คล้ายกับ เรือสำเภาสามเสาของราชนาวีไทยในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยมีบทบาทสำคัญในการขนส่งสินค้าจากประเทศไทยไปสู่ทวีปยุโรป อีกทั้งยังนำพาความเจริญรุ่งเรืองจากฝั่งตะวันตกมาสู่ดินแดนไทย แต่เรือลำนี้ได้ถูกเนรมิตชึ้นมาใหม่เพื่อให้ทุกคนได้เข้ามาสัมผัสความอลังการ รับรองเลยนะว่าหากท่านไหนที่ได้ไปลองจะได้รับความตื่นตาและได้รับความผ่อนคลายอย่างแน่นอนอีกทั้งยังมีอาหารสุดพิเศษคุณจะได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การรับรสอันหลากหลายของเมนูที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเส้นทางการเดินเรือในอดีต ที่ถูกครีเอตออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Culinary Journey’ หยิบยกเอาวัตถุดิบแถบตะวันตกและตะวันออกที่พบเจอในระหว่างการเดินทาง มาผสมผสานความเป็นไทยออกมาได้อย่างลงตัว ท่านไหนที่สนใจอยากลองไปเปิดประสบการณ์หรือสัมผัสกับบรรยากาศดีๆแบบนี้ก็สามารถลองติดต่อสอบถามกับทางโรงแรมโดยตรงเลยได้นะคะ

เอาใจสายเนื้อกับ”CHUNN” New Home

วันนี้เราจะมาเอาใจเพื่อนๆที่รักสายเนื้อชื่นชอบเมนูเนื้อๆพร้อมกับร้านที่ตกแต่งด้วยบรรยากาศสวยๆแสนอบอุ่นนั้นต้องมาที่นี่เลยนะกับร้านดังย่านเอกมัยที่ยังไงก็ต้องมาเช็คอินให้ได้กับ CHUNN เพราะร้านนี้นั้นกลับมาเปิดใหม่อีกครั้งและกลับมาพร้อมอีกหลากหลายเมนูให้ทุกท่านได้หายคิดถึงกันอย่างแน่นอน เมนูใหม่ๆที่เพิ่มมาอย่างงจุใจ ร้านใหม่ของ CHUNN ในครั้งนี้นั้นไม่ได้ไกลจากสถานที่เดิมสักเท่าไหร่ อยู่ที่ชั้น2ของตึกสีฟ้าในซอยสุขุมวิท61 ก็เท่านั้นเองและยังคองคอนเซ็ปต์เดิมๆเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลงและยังเพิ่มเติมในส่วนของบาร์เล็กๆเอาใจคนที่ชื่นชอบการนั่งชิลล์อีกด้วยนะ ต้องบอกเลยว่าถือว่าเป็นร้านที่คอนเซ็ปต์ดีเอามากๆเพราะว่ากับคอนเซ็ปต์ที่ว่า“มาบ้านฉัน มาลองชิมแบบที่ฉันชอบ” ซึ่งเป็นแนวคิดของเจ้าของร้านทั้ง3คน โดยได้คิดเมนูต่างๆจากการชื่นชอบในแบบของตัวเอง ร้านนี้นั้นจึงเป็นร้านที่ได้ทั้งชิมเมนูแสนอร่อยและได้รับทั้งความอบอุ่นเป็นกันเองกับเพื่อนๆที่มาเยือนอีกด้วยนะ ส่วนเมนูที่ทางร้านแนะนำนั้นก็มีมากมายเลยทีเดียวที่มาพร้อมรสชาติที่ดีและคุณภาพเช่น Grilled Tongue(250บาท) ลิ้นวัวย่างนุ่มๆที่เสิร์ฟพร้อมเลมอน และ Beef Tartare (350 บาท) ยุกเกะสูตรเฉพาะที่ทางร้านเลือกใช้เนื้อออสเตรเลียเคล้ากับซอสสูตรพิเศษ ล้อมด้วยลูกแพรหั่นเป็นเส้น เมื่อทานรวมกันจะได้รสชาติแสนสดชื่นส่วนจานหลักอย่าง Rib Eye Steak (A5) (590 บาท) ก็ยังคงคุณภาพที่น่าประทับใจ จานนี้ทางร้านเลือกใช้เนื้อส่วนของ Rib Eye ในเกรด A5 ที่เต็มไปด้วยมันแทรกลายสวย ๆ สำหรับเพื่อนๆท่านไหนที่สนใจอยากจะมาลิ้มลองก็แนะนำเลยนะว่าควรจองล่วงหน้ามาก่อนอย่างน้อยซัก 1-2 วันโดยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ 084-6664422